[EXSH]1st evant hell rising 01

posted on 23 Nov 2012 22:15 by gray-cup directory Fiction
 
 
 
เข้ามาแปะแบบฉิวเฉียด
 
อนึ่ง มีสองพาร์ทจ้ะ เราปั่นทันแค่พาร์ทแรก
 
เรื่องส่วนพาร์ทแรกค่อนข้างชิล ส่วนพาร์ทสองก็...อุบไว้ก่อนนะ ฮา
 
 
 
 
.
.
.
.
.
.
.
.
.
 
 
 
 
 

          แฟนธ่อมฟรีซ เป็นฮีโร่ที่มักโผล่ออกมาพร้อมหน้ากากสีดำ บางครั้งก็ไม่ได้ใส่ชุดประจำบ้าง ก่อนหน้านี้มีผมสีทอง แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว เจ้าตัวมีบุคลิกเงียบขรึม คอยหลบลี้นักข่าว บุกฝ่าดงคนร้ายอย่างไม่กลัวตาย ใช้พลังคือการควบคุมน้ำข้อมูลอื่นๆยังเป็นปริศนา....

 

            ไพตัน ไบลท์ มองบทความข่าวซึ่งกล่าวถึงตน ที่เพื่อนสาวผมสั้น เซเลีย นีล ส่งมาให้อ่านอย่างขบขัน ใครจะไปรู้เล่าว่าเรื่องจริงคือเขาแค่เผลอเตะกระป๋องล้มจนคนร้ายแห่มาหาเขาทั้งแก๊ง จึงต้องจัดการให้หมดอย่างเปลืองแรงโดยใช่เหตุ...

 

 

.

.

.

.

.

 

 

… ทางลีคมีคำสั่งให้จับตาดูแอนตี้-ฮีโร่ …

 

 

            ไพตัน ไบลท์ ในคราบนักเรียนผมแดงดูไม่ค่อยอยู่ในกฏ นั่งชิลพลิกกระดาษที่มีข้อมูลของแบล็คฟูเมอร์ อยู่ยั้วเยี้ยอ่านมันผ่านๆตาเฉพาะที่สำคัญๆ  ท่องจำสถานที่ที่แบล็คฟูเมอร์อาจจะปรากฏตัวไว้ในใจ ถึงจะจากแหล่งข่าวที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือนักบอกมา...

 

 

… ถึงจะไม่น่าเชื่อถือ แต่ก็ไม่ค่อยมีข่าวของแบล็คฟูเมอร์อยู่แล้ว เขาก็คงจะต้องลองไปดู...

 

 

            เขายัดข้อมูลลงกระเป๋า เก็บของกลับบ้าน ทั้งๆที่คลาสเรียนช่วงบ่ายกำลังจะเริ่มในอีกไม่เกิน5นาทีนี้ด้วยซ้ำ และไม่ลืมบอกเพื่อนในกลุ่มให้ขานชื่อให้ เขาจะได้มาเรียนพ้นเกณฑ์ ไม่ต้องทำรายงานซ่อมเหมือนครั้งปีก่อน ที่เอนจอยกับการเป็นฮีโร่ไป เลยละเลยต่อหน้าที่หลัก อย่างที่เจย์เดนเพื่อนสมัยเด็กผมหยักว่าไว้ หน้าที่ของนักเรียนก็คือมาเรียนไงล่ะ... ฟังดูกวนส้นน่าต่อยแต่ก็จริงของมัน ช่วงนี้เขาไม่ขออะไรมาก แค่อย่าให้เจ้าพวกหัวฟักทองมาโผล่แถวนี้เลย

 

 

 

 

ณ ตึกที่คาดว่าแบล็คฟูเมอร์จะปรากฏตัว 18.10 น.

 

            ไพตัน ไบลท์ ...ไม่สิ แฟนธ่อมฟรีซ กระโดดข้ามดาดฟ้าตึกไปมาเงียบๆอย่างไม่เป็นที่สังเกตุ มองหาเป้าหมายในการมาครั้งนี้ แบล็คฟูเมอร์ พลัน สายตาเหลือบไปเจอกลุ่มควันลอยอ้อยอิ่งในอากาศ

 

 

            … บุหรี่? ...


            เขาขยับตัวเข้าใกล้เป้าหมายอย่างเงียบเชียบ เจอสักที แบล็คฟูเมอร์ สายตาจับจ้องมองร่างในชุดดำที่แฝงตัวกลมกลืนไปกับความมืด แต่จะกลมกลืนกว่านี้และเขาคงไม่สังเกตุถ้าเป้าหมายไม่สูบบุหรี่ ไพตันได้แต่ท่องไว้ในใจ ภารกิจนี้แค่ให้เฝ้าดู การไปจับคนร้ายจะทำให้เสียงาน...เขามองเป้าหมายของเขาหายเข้าไปในตึกด้วยพลังที่เหมือนกับข้อมูลที่ได้มา ถึงจะแปลกใจและสงสัยในพลังนั่น อยากลองประลองด้วยดู แต่คงต้องต้องเก็บอาการไว้ก่อน ไม่นานแบล็คฟูเมอร์ก็ออกมาจากตึก เดินไปส่งของให้กับรถที่จอดรออยู่ข้างถนนแบบเตรียมกันมาดี

 

 

            แน่นอน ครั้งนี้แฟนธ่อมฟรีซจะไล่ตามรถไปไม่ได้ เพราะเป้าหมายของเขาไม่ได้ขึ้นรถไปด้วย หากแต่หลบหนีไปตามทางเงามืดทอดยาวของกำแพงไป

 

 

            เขาเคลื่อนที่เลาะดาดฟ้าตึกบ้าง ข้างตึกบ้างไล่ตามแบล็คฟูเมอร์ไปอย่างทิ้งระยะห่าง ในใจภาวนาอย่าให้ทำอะไรพลาดอย่างครั้งก่อนๆที่เคยเผลอเตะโดนกระป๋องเปล่าที่ถูกทิ้งล้มจนเหยื่อนรู้ตัวจนเรียกกำลังเสริมมาจนเสียเรื่อง

 

 

            ในที่สุดแบล็คฟูเมอร์ก็มาถึงอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง เขาทะลุผ่านเข้าประตูหนีไฟเข้าไปในตัวตึก เห็นทีจะต้องตามเข้าไปใกล้กว่านี้เสียแล้ว พลันมือก็บิดลูกบิดประตูเบาๆ พบว่าไม่ล็อกจึงเปิดเข้าไปด้านในอย่างระวังตัว มีโอกาสสูงว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าเขาตามมาเลยจะดักโจมตี...

 

 

            ฮีโร่หนุ่มกวาดสายตามองสำรวจสถานที่คร่าวๆ พบร่องรอยเข้าไปในห้องๆหนึ่ง ห้องแรกทางขวามือ มือขยับหน้ากากแฟนธ่อมสีดำให้เข้าที่ ลองเปิดประตูห้องพักเบาๆ พบล็อค โชคดีที่แม่สอนมาดี เขาสะเดาะกลอนประตูออกอย่างแผ่วเบา

 

 

            ... จะว่าไปอพาร์ตเมนต์นี้หน้าตาคุ้นๆอยู่นา ...

 

 

            เหมือนจะเคยมา มันเดจาวูสายตาเอามากๆเสียด้วย แต่นึกไม่ออกว่าเคยมาตอนไหนกัน ความจำเขาไม่ได้แม่นสักเท่าไร บางทีอาจเป็นการคิดไปเอาเอง...

 

 

             หยุดความคิดเวิ่นเว้อผลักประตูเข้าไปเงียบๆ เก็บเสียงฝีเท้า เดินย่างเข้าไปอย่างเงียบเชียบ

 

 

             ... รู้สึกเหมือนเป็นโจรมาปล้นบ้านคนอื่นเลยแฮะ ...

 

             คิดจบก็ต้องมากลั้นหัวเราะเกร็งไม่ให้สีหน้าเปลี่ยน แล้วค่อยย่องเบาเข้าไปในห้องอย่างเงียบเชียบ เดินสำรวจห้องได้สักพัก

 

 

             “จะเอาอะไรไปก็ได้ แต่ทิ้งเครื่องต้มไข่อัตโนมัติไว้ให้ชั้นนะ..?

 

             เสียงคุ้นๆแปลกๆลอยมาจากทางห้องน้ำ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะคิดว่าเขาเป็นโจรเข้าจริงๆเสียแล้ว จะว่าไปเสียงนี้คุ้นมาก แล้วยังห้องนี่อีก...

 

 

              ...อย่าบอกนะว่าเฮียวิลคนนั้น คือแบล็คฟูเมอร์ เฮียวิลที่เขาเพิ่งเล่นป็อกกี้เกมชนะมาเมื่อไม่กี่วันก่อนอ่ะนะ!...

 

 

              จะว่าไปก่อนหน้านี้ อีคก้า หรือ เดอะแชมทริสเตอร์ เพื่อนฮีโร่ที่เกือบๆสนิทก็บอกว่า แบล็คฟูเมอร์ มีชื่อว่า วิลนี่นะ ตอนนั้นใครจะคิดว่าคือวิลเลียม! วิลมีตั้งเยอะแยะ วิลสัน วิล วิลสมิธ เอวิล ฯลฯ

 

 

            “วิลเลียมคือแบล็คฟูเมอร์สินะครับ”พลันเอ่ยปากถามสิ่งที่สงสัย

 

 

            “หวา เป็นอีหนูคนที่38ของฉันเหรอ? ทำไมถึงรู้ชื่อจริงล่ะ?”

 

 

            วิลเลียมหรือที่เขาเรียกว่าเฮียวิลเดินออกจากห้องน้ำพร้อมบุหรี่ที่จุดสูบในมือพร้อมข้อสันนิษฐานที่เขาไม่รู้ว่าควรจะร้องไห้ หรือดีใจที่ยังไม่รู้ว่าแฟนธ่อมฟรีซคือเขา แต่ไอ้ที่ถามกลับมานี่สิทำให้เขาคิดหนัก

 

 

            “ดูจากแหล่งข้อมูลที่ดูจากที่อยู่”

 

 

            คำตอบสุ่มมั่ว ที่ดูเหมือนจะมีหลักการ ผุดขึ้นมาในหัว ตอบไปอย่างแถข้างถลอกโดยยังไม่หลุดมาดนิ่งๆของแฟนธ่อมฟรีซที่เก๊กไว้จนติดหน้า

 

 

            “ถ้าไม่ใช่ขโมยก็...” อีกฝ่ายสังเกตุมองคนตรงหน้าอย่างพินิจ “...เป็นฮีโร่ที่มาจับตาดูฉันอีกคนงั้นสิ”

 

 

            “อีกคน? ก็คงงั้น”

 

            อีกคน? งั้นเขาทำงานซ้ำฮีโร่คนอื่นน่ะสิ เอาเถอะ ช่างมัน

 

 

            “..ไม่แนะนำตัวหน่อยเหรอ??”

           

            “แฟนธ่อมฟรีซ ครับ” สั้น ง่าย ได้ใจความ

 
 

            ที่ถามนี่แปลว่าเริ่มสงสัยสินะ พยายามทำตัวให้ไกลจากลุคตัวเองในยามปกติที่สุด ทั้งทำเสียงเย็นๆ แถมด้วยบรรยากาศเย็นๆอีกต่อ

 

 

            “..มีชื่อที่เรียกง่ายกว่านั้นมั้ย..”

 

 

คงสงสัยจริงๆ ไม่กล้าตอบอะไรออกไป มองอีกคนสาวเท้าเข้ามาใกล้ มือพุ่งหมับมาคว้าเข้าที่คอของเขา

 

 

            “ทำอะไร”

 

            ด้วยอะไรซักอย่างคิดว่าน่าจะเป็นสัญชาตญาณในตัวละมั้ง สั่งให้คว้ามือของวิลเลียมเอาไว้ เผื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้พอเอาตัวรอดได้

 

 

             “...นาย...?” วิลเลียมมองพินิจ ลูบนิ้วโป้งกับกล้ามเนื้อคอด้านหลังแต่ไม่ได้ลงแรงบีบมากไปกว่านั้น “...ไพตัน?”

 

             คนถามก็ยังดูอึ้งๆอยู่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนเขาจะความแตกแบบปกปิดไม่ได้เสียแล้ว เลยตามเลยแล้วกัน จะดีจะร้ายเดี๋ยวก็ดีเอง

 

 

             “...อ่ะ โดนจับได้ซะแล้วสิครับ”

หัวเราะพรืดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ แบบปลดเก๊กออกแล้ว

 

 

             “...รู้มั้ยกล้ามเนื้อตรงนี้ของนายน่ะ...มันแน่นกว่าชาวบ้านเขา”

วิลเลียมพูดพลางเอามือจับกล้ามเนื้อคอตัวเองให้ดูด้วย

 

 

             “...อืม งั้นไว้ว่างๆผมคงต้องไปนวดคลายเส้นซะแล้ว”

 

 

             “.มันเป็นเรื่องของกล้ามเนื้อเฉพาะคนหรอกน่า...ฮ่ะๆ”

วิลเลียมตอบชิลขำๆแบบไม่คิดอะไรมากมาย บรรยากาศเริ่มกลับมาเต็มไปด้วยความชิลเหมือนตอนคุยกันเล่นแบบปกติ

 
 

             “ว่าแต่แค่จับตาดู ไม่ขัดขวางการทำงานใช่มั้ย?”

 

 

            “ก็ถ้าไม่ได้ทำผิดอะไรมากมายน่ะ ไงๆงานผมคราวนี้ก็แค่ดู”

 

 

            “แหม ไม่รู้ว่าอะไรไม่ดีสำหรับคุณแฟนธ่อมฟรีซด้วยสิ” วิลเลียมไหวไหล่แบบไม่ได้จริ